Expansion
การขยายตัว
คือ การส่งผ่านความร้อน พลังงานที่สะสมอยู่ในแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลนั้นเปลี่ยนแปลง เมื่อพลังงานที่เก็บไว้เพิ่มขึ้น ความยาวของพันธะก็จะมากขึ้นตาม ดังนั้นของแข็งจึงขยายตัวเมื่อได้รับความร้อน และหดเมื่อเย็นตัวลง การตอบสนองต่่อการเปลี่่ยนแปลงของอุณหภูมิสามารถแสดงเป็นค่่าสัมประสิทธิ์ของการขยายตัวจากความร้อนของมัน
สัมประสิทธิ์ของการขยายตัวจากความร้อน ใช้ในสองลักษณะ
สัมประสิทธิ์ของการขยายตัวจากความร้อน ใช้ในสองลักษณะ
- เป็นสัมประสิทธิ์ของการขยายตัวจากความร้อน เชิงปริมาตร
- เป็นสัมประสิทธิ์ของการขยายตัวจากความร้อน เชิงเส้น
สัมประสิทธิ์ของการขยายตัวจากความร้อนเชิงปริมาตร
สัมประสิทธิ์ของการขยายตัวจากความร้อนเชิงปริมาตร คือ สมบัติทางเทอร์โมไดนามิกส์ ของสารที่กำหนดโดย
เมื่อ T คืออุณหภูมิ V คิอปริมาตร ρ คือความหนาแน่น อนุพันธ์นี้หาที่ควาามดันคงที่ P ดังนั้น β จึงเป็นการวัดอัตราของการเปลี่ยนแปลงความหนาแน่นเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น ความดันคงที่
พิสูจน์
เมื่อ m คือมวล การขยายตัวของ crystalline material จะเกิดขึ้นเมื่อ สนามของแรงของผลึกแปลงมาจาก perfect quadratic เท่านั้น ถ้าสนามของแรงเป็น perfectly parabolic เอง การขยายตัวจะไม่เกิดขึ้น
เมื่อ m คือมวล การขยายตัวของ crystalline material จะเกิดขึ้นเมื่อ สนามของแรงของผลึกแปลงมาจาก perfect quadratic เท่านั้น ถ้าสนามของแรงเป็น perfectly parabolic เอง การขยายตัวจะไม่เกิดขึ้น
สัมประสิทธิ์ของการขยายตัวจากความร้อนเชิงเส้น
สัมประสิทธิ์ของการขยายตัวจากความร้อนเชิงเส้น บอกความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิต่อการเปลี่ยนแปลงไดเมนชันเชิงเส้นของวัสดุ มันคือ อัตราส่วนการเปลี่ยนแปลงของความยาวต่อระดับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
จากภาพจะเห็นว่่า
แก้วน้ำเป็นตัวนำความร้อนที่ไม่ดี และแตกร้าวได้ง่าย เมื่ออุณหภูมิด้านในและด้านนอกของแก้วแตกต่างกันมากจะทำให้การขยายตัวของด้านในและด้านนอกไม่เท่ากันตัวอย่างเช่น เมื่อเติมน้ำร้อนในแก้วที่เย็นจัดจะทำให้พื้นที่ผิวภายในของแก้วขยายออก แต่อุณหภูมิด้านนอกของแก้วยังสูงไม่เท่าด้านใน ดังนั้นพื้นที่ผิวด้านนอกของแก้วจึงขยายตามไม่ทัน จึงถูกด้านในดันออกมาจนทำให้แก้วร้าว
แหล่งอ้างอิง
http://rmutphysics.com/charud/scibook/physcis-for-everyday/physics-for-everydayuse-content/1-20/indexcontent17.htm
http://th.winelib.com/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99
แหล่งอ้างอิง
http://rmutphysics.com/charud/scibook/physcis-for-everyday/physics-for-everydayuse-content/1-20/indexcontent17.htm
http://th.winelib.com/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99
ข้อเสนอแนะ
ตอบลบ1.อ่านก่อนแล้วพยายามเรียบเรียงเอง..ไม่ลอก
2.แหล่งอ้างอิงเนื้อหามีหรือไม่..แหล่งอ้างอิงแรก Link ไม่ได้นะคะ
แก้ไขด้วย
ปรับแล้วหรือ..สมการยาก ๆ ไม่ต้องใส่ก็ได้
ตอบลบ